Translate

เมืองใหม่ในฝัน...หนังสือสำหรับเด็กเล่มล่าสุด


"เมืองใหม่ในฝัน" ได้รับรางวัลชมเชย รักลูกอวอร์ด ครั้งที่ 8 พ.ศ. 2554
ติดตามข่าว คลิ๊ก


          นิทานคำกลอนส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกเล่มหนึ่งของภัทรา แสงดานุช นอกจากเด็กๆ จะได้รับการปลูกฝังให้มีใจรักธรรมชาติและเพลิดเพลินจากการอ่านแล้ว ยังสามารถซึมซับความงดงามทางภาษาไทยผ่านคำประพันธ์ร้อยกรอง (กลอนหก) อันสละสลวย ซึ่งนับวันจะมีผู้ประพันธ์เป็นหนังสือสำหรับเด็กน้อยลงทุกที

          จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์โลกหนังสือ ธันวาคม 2553 







เรียกนกเข้าบ้าน...... ^_^



นกปรอดหัวโขน...พระเอก (นางเอก) ที่ขี้ตื่นสุดๆ กว่าจะจับภาพได้....เฮ้อ


แอบถ่ายจากหน้าต่างห้องทำงานชั้นบน

มากันเป็นฝูง...ส่งเสียงร้องเชิญชวนจนไม่มีสมาธิในการทำงานเลย อิ อิ




ครอบครัวนกปรอดหน้านวล... มาบ่อยกว่า ขี้ตื่นน้อยกว่า....





และนกนานาชนิดในละแวกบ้าน ^_^

Why I love Gerbils

          เกือบ 20 ปีที่แล้ว เมื่อแฮมสเตอร์เป็นสัตว์เลี้ยงที่เพิ่งเริ่มได้รับความนิยมในเมืองไทย จำได้ว่าในยุคแรกมีแต่ Golden Hamster ขนสีน้ำตาลแบบพันธุ์ดั้งเดิมในธรรมชาติ ซึ่งฉันเคยเลี้ยงและเพาะพันธุ์ได้มากถึง 40-50 ตัว ต่อมาจึงเริ่มมีพันธุ์ขนหลากสีแพร่หลายมากขึ้น สำหรับแฮมสเตอร์พันธุ์แคระนั้นหายากและราคาแพงเอาการทีเดียว เพราะในยุคแรกยังไม่มีใครสามารถเพาะพันธุ์พวกพันธุ์แคระออกมาได้

          ด้วยความรักใคร่เอ็นดูเจ้าก้อนขนตัวน้อย ประกอบกับอาชีพการงานทางด้านการทำหนังสือ ทำให้ฉันตัดสินใจเขียนเรื่อง การเลี้ยงแฮมสเตอร์ ขึ้น ซึ่งอาจนับได้ว่าเป็นหนังสือแฮมสเตอร์เล่มแรกในเมืองไทยเลยทีเดียว
         
          การเขียนหนังสือเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในยุคที่ยังไร้กล้องดิจิตอลและอินเตอร์เน็ตไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากนี้กรงแฟนซีสวยๆ ก็ยังไม่มีการผลิตในเมืองไทย คงมีแต่สินค้านำเข้าที่ราคาแพงหูฉี่ ดังนั้นกรงกึ่งเทอราเรียมที่เป็นบ้านแสนสุขของบรรดาแฮมสเตอร์ในเวลานั้นจึงเป็นสิ่งที่ฉันเนรมิตขึ้นด้วยตัวเอง

          เมื่อเวลาผ่านไป กระแสความนิยมเลี้ยงสัตว์ฟันแทะต่างๆ ก็เฟื่องฟูขึ้นในโลกไร้พรมแดน และมีผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับแฮมสเตอร์ออกจำหน่ายมากมายหลายเล่ม ส่วนฉันเองนั้นด้วยหน้าที่การงานที่สูงขึ้นตามวัย ในที่สุดจึงไม่เหลือแฮมสเตอร์ไว้ในอุปการะอีก จนเมื่อสามารถแบ่งเวลาให้กับการเลี้ยงสัตว์ซึ่งเป็นงานอดิเรกสุดโปรดได้อีกครั้ง จึงเลือกเลี้ยงสัตว์ฟันแทะหางยาวเป็นพวงที่มีชื่อว่า Gerbil

          หลังจากเลี้ยงและศึกษาเก็บข้อมูล รวมทั้งถ่ายภาพอิริยาบถต่างๆ ของเจ้าหางพวงมานานกว่า 3 ปี ยิ่งทำให้ฉันแน่ใจว่า นี่คือสัตว์เลี้ยงที่ "ใช่" สำหรับคนชื่นชอบสัตว์ฟันแทะอย่างแท้จริง เพราะ Gerbil มีข้อดีหลายอย่างที่สัตว์ตระกูลเดียวกันชนิดอื่นๆ ไม่มี







          แต่สิ่งที่ทำให้ฉันแปลกใจก็คือ Gerbil กลับเป็นสัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้รับความนิยมในบ้านเรา ในขณะที่ต่างประเทศมีคนรักเจ้าหางพวงจนถึงกับตั้งเป็นสมาคมได้เลยด้วยซ้ำ เคยสอบถามผู้ค้าบางรายและได้ทราบว่าเหตุผลหนึ่งที่ Gerbil ไม่ได้รับความนิยมก็เพราะมันดูคล้ายหนูถีบจักร (Mouse) !!!






          อย่างไรก็ตาม ฉันพบข้อมูลจากโลกไซเบอร์ว่ายังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ชื่นชอบ Gerbil เช่นกัน และเชื่อว่าไม่ว่าใครก็ตามที่ได้มีโอกาสเลี้ยงเจ้าหางพวง จะต้องหลงรักมันอย่างที่ฉันรัก!





 







โครงการประกวดภาพถ่าย Ferns in Nature

โครงการประกวดภาพถ่าย Ferns in Nature
ในงาน “รวมพลคนรักเฟิน 2011”

จัดโดยสมาคมไม้ประดับแห่งประเทศไทยร่วมกับกลุ่มคนรักเฟิน
ข้างหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
Join @ Facebook click!

แนวคิด
          ปัญหาการบุกรุกทำลายป่าและการลักลอบนำพืชพรรณจากป่าเข้าสู่ตลาดไม้ประดับส่งผลให้พืชหลายชนิดต้องตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ แม้แต่พืชตระกูลเฟินหลายสกุลซึ่งเคยมีอยู่มากมายและพบเห็นได้ง่ายก็กลับหาดูยากขึ้นทุกที โดยเฉพาะเฟินบางสกุลที่ได้รับความนิยมปลูกเลี้ยง คงมีเหลือให้เห็นเพียงในป่าลึกหรือบนยอดไม้สูงเสียดฟ้าเกินกว่าเงื้อมมือมนุษย์จะเอื้อมไปถึง
          โครงการประกวดภาพถ่าย Ferns in Nature มีวัตถุประสงค์เพื่อปลุกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ผ่านภาพถ่ายอันงดงามของเฟินสกุลต่างๆ ในธรรมชาติ ให้เกิดความตระหนักว่าเฟินที่งอกงามอยู่ในป่ามีคุณค่าและน่าชื่นชมไม่น้อยไปกว่าเฟินที่นำมาปลูกไว้ในบ้าน

เงื่อนไข
          1. ภาพที่ส่งเข้าประกวดเป็นภาพเฟินไม่จำกัดสกุลในธรรมชาติ สื่อให้เห็นถึงความเจริญงอกงามและคุณค่าที่มีต่อโลก
          2. ภาพที่ส่งเข้าประกวดมีขนาด 8×10 นิ้ว ถ่ายจากกล้องฟิล์มหรือกล้องดิจิตอลที่มีความละเอียดไม่ต่ำกว่า 6 ล้านพิกเซล
          3. ผู้ส่งภาพเข้าประกวดสามารถปรับแสงเพื่อให้ภาพมีคุณภาพดีขึ้น เช่น ปรับความเข้มสว่างเท่านั้น แต่ทั้งนี้ภาพจะต้องยังดูเป็นธรรมชาติเหมือนถ่ายภาพปกติ
          4. ผู้ส่งภาพเข้าประกวดมีสิทธิ์ส่งภาพได้ไม่จำกัดจำนวน และต้องส่งมอบฟิล์มหรือไฟล์ต้นฉบับที่บันทึกลงแผ่น CD/DVD-ROM ซึ่งมีความละเอียดไม่น้อยกว่า 6 ล้านพิกเซล เป็นไฟล์ TIFF หรือ JPEG พร้อมภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดให้ผู้จัดการประกวด
          5. ภาพที่ส่งเข้าประกวดต้องติดบนกระดาษการ์ดแข็งสีดำหรือสีขาว กำหนดให้เหลือขอบโดยรอบภาพด้านละ 1.5 นิ้ว ด้านหลังระบุชื่อ-นามสกุลผู้ถ่ายภาพ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมลแอดเดรส สถานที่ในภาพ และชื่อภาพ
          6. ภาพที่ส่งเข้าประกวดจะต้องถ่ายโดยผู้ส่งภาพเข้าประกวดเท่านั้น รวมทั้งไม่เคยเผยแพร่ในที่สาธารณะและไม่เคยได้รับรางวัลจากการประกวดใด ๆ มาก่อน หากพิสูจน์ได้ภายหลังว่าผู้ส่งภาพเข้าประกวดกระทำผิดเงื่อนไขข้างต้น ผู้จัดการประกวดสงวนสิทธิ์ในการเรียกรางวัลที่ได้รับไปแล้วกลับคืนหรือตัดสิทธิ์ในการรับรางวัล
          7. ผู้ส่งภาพเข้าประกวดมีสิทธิ์ได้รับรางวัลสูงสุดเพียงรางวัลเดียว
          8. คณะกรรมการตัดสินมีสิทธิ์กำหนดวิธีการตัดสิน โดยยึดถือแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานสากล และผลการตัดสินของกรรมการถือเป็นที่สุด
          9. ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดทุกภาพ รวมทั้งฟิล์มหรือไฟล์ต้นฉบับถือเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้จัดการประกวด โดยสงวนสิทธิ์ไม่ส่งคืนแก่ผู้ส่งภาพเข้าประกวด
         10. ภาพที่ได้รับรางวัลจะได้รับการตีพิมพ์ในวารสารไม้ประดับ ปีที่ 36 ฉบับที่ 2 (พ.ค.-ส.ค. 2554) และเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของสมาคมไม้ประดับฯ

รางวัล
# รางวัลชนะเลิศ
          1 รางวัล  เงินสด 2,000 บาท พร้อมโล่รางวัลจากสมาคมไม้ประดับฯ
# รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1
          1 รางวัล  เงินสด 1,500 บาท พร้อมใบประกาศนียบัตร
# รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2
          1 รางวัล  เงินสด 1,000 บาท พร้อมใบประกาศนียบัตร
# รางวัลชมเชย
          3 รางวัล  ชุดของขวัญจากสมาคมไม้ประดับฯ พร้อมใบประกาศนียบัตร

ขั้นตอนในการดำเนินการ
          1. ส่งภาพถ่าย ฟิล์มหรือแผ่น CD/DVD-ROM และสำเนาบัตรประชาชน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2554 ที่คุณภัทรา แสงดานุช เลขที่ 100/82 หมู่ 2 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพฯ 10530
          2. จัดแสดงภาพถ่ายพร้อมประกาศผลการประกวดและมอบรางวัลในวันเสาร์ที่ 5 มีนาคม 2554 ในงานสมาคมไม้ประดับฯ ณ ลานข้างหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

          สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-1404-9601 หรือ facebook สมาคมไม้ประดับแห่งประเทศไทย

หนังสือคัดสรร 108 หนังสือดี เปิดหน้าต่างแห่งโอกาสในการพัฒนาเด็กปฐมวัย


แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มพื้นที่ให้เด็กได้เข้าถึงหนังสือดีอย่างกว้างขวางขึ้น  เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายในการร่วมสร้าง “นครแห่งการอ่าน” ได้จัดงานประกาศผล “หนังสือคัดสรร 108 หนังสือดี เปิดหน้าต่างแห่งโอกาสในการพัฒนาเด็กปฐมวัย” เมื่อวันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2553 โดยคณะกรรมการคัดสรรหนังสือดีสำหรับเด็กปฐมวัยฯ ประกอบไปด้วย นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ นักคิด นักเขียน ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก ซึ่งได้รับการยอมรับจากสังคม

หนังสือสำหรับเด็ก 2 เล่มของ PatraBooks ได้รับเกียรติคัดสรรไว้ใน 108 หนังสือดีดังกล่าว





part 2 คลิ๊ก!

ที่มาของหนังสือ "เฟินชายผ้าสีดา"


ถ้าถามว่าตอนนี้เฟินสกุลใดกำลังได้รับความนิยมในเมืองไทย เชื่อว่าคนรักเฟินแทบทุกคนต้องตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า เฟินชายผ้าสีดา แม้แต่เจ้าของเว็บไซต์เฟินค่ายใหญ่ๆ ของไทยต่างก็มุ่งศึกษา สะสม และพัฒนาสายพันธุ์เฟินสกุลนี้กันอย่างเอาจริงเอาจัง จะว่าไปกระแสความนิยมเฟินชายผ้าสีดารักษาระดับต่อเนื่องมานานหลายปีแล้ว แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปคือปริมาณเฟินที่แพร่หลายมากขึ้น ในขณะที่ราคาย่อมเยาลงตามกลไกของตลาด ซึ่งช่วยกระตุ้นให้วงการเฟินพลอยคึกคักขึ้นทันตาเห็น

แม้ว่าฉันจะก่อร่างสร้างสวนเฟิน ภัทราการ์เด้น มาได้กว่า 10 ปีแล้ว แต่เฟินชายผ้าสีดาไม่ดึงดูดใจฉันมากเท่าเฟินสกุลก้านดำหรือไมโครซอรัม ดังนั้นเมื่อได้รับการทาบทามให้เขียนเรื่องเฟินสกุลนี้ตั้งแต่ปีกลาย ฉันจึงไม่มีความกระตือรือร้นที่จะเขียนถึงสักเท่าไร แต่ด้วย กระแส ที่แรงจนทำให้เอนเอียงไปโดยไม่ได้ตั้งใจ อีกทั้งเมื่อได้ลงมือศึกษาเรื่องเฟินชายผ้าสีดาอย่างจริงๆ จังๆ จึงพบว่าอันที่จริงเฟินสกุลนี้ก็มีความเป็นมาที่น่าสนใจไม่น้อย

อย่างไรก็ตาม เมื่อฉันเริ่มเจาะลึกข้อมูลเกี่ยวกับเฟินสกุลนี้ ก็พบความท้าทายอย่างที่ไม่เคยเจอในการเขียนหนังสือเล่มไหนมาก่อนเลย ทั้งนี้เพราะข้อมูลเกี่ยวกับเฟินชายผ้าสีดาในเมืองไทยมีความคลาดเคลื่อนมากมายจนน่าตกใจ เพราะยังไม่เคยมีการบันทึกข้อมูลที่แท้จริงเป็นลายลักษณ์อักษร ส่วนมากเป็นการถ่ายทอดความรู้แบบ ปากต่อปาก อีกส่วนหนึ่งเป็น เรื่องเล่าทางเว็บไซต์ ซึ่งหลายประเด็นเป็นข้อสันนิษฐานที่ยังไม่ถึงที่สุด แต่ก็มักถูกนำไปใช้อ้างอิงต่อๆ มา ซึ่งบางครั้งผิดเพี้ยนจนหาต้นตอไม่พบ!

หลายครั้งที่ข้อมูลเกี่ยวกับเฟินชนิดเดียวกันที่ได้รับจากแต่ละบุคคลมีความแตกต่างและสับสน ฉันจำเป็นต้องพูดคุยกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมากมายหลายท่านเพื่อหาข้อสรุปที่แท้จริง ดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงต้องใช้แหล่งอ้างอิงมากที่สุดตั้งแต่เคยเขียนมา โชคดีที่ฉันรู้จักมักคุ้นกับผู้นำเข้า ผู้ผลิต และนักเล่นเฟินชายผ้าสีดารุ่นบุกเบิกหลายท่าน และเคยเป็นประจักษ์พยานการนำเข้าและจำหน่ายเฟินสกุลนี้ตั้งแต่ยุคแรกๆ จึงสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ตรงของตนเองได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ยังได้รับความเอื้อเฟื้อด้านข้อมูลจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ทำให้กล้าพูดได้เต็มปากว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นความภาคภูมิใจอีกเล่มหนึ่งในชีวิตนักเขียนเลยทีเดียว

คนรักเฟินชายผ้าสีดาโปรดอดใจรออีกไม่นาน....

แนะนำหนังสือใหม่ "มือใหม่หัดปลูกพืชกินแมลง"

หลังจากหนังสือปกแข็ง "พืชกินแมลง" ได้รับเสียงตอบรับจากผู้อ่านเป็นอย่างดี และได้จัดพิมพ์ซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ผู้เขียนเห็นว่าในปัจจุบันมีคนสนใจที่จะปลูกเลี้ยงและศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพืชกินแมลงมากขึ้นทุกที ผู้สนใจส่วนหนึ่งยังเป็นเด็กและเยาวชน รวมทั้งผู้ที่แทบไม่มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับพืชกลุ่มนี้เลย จึงตัดสินใจเขียน "มือใหม่หัดปลูกพืชกินแมลง" ขึ้นอีกเล่มหนึ่ง เพื่อให้ง่ายต่อการเริ่มต้นของผู้ปลูกเลี้ยงมือใหม่

อย่างไรก็ตาม สำหรับนักนิยมพืชกินแมลงมือเก่า (ที่อาจซื้อเล่มแรกไปแล้ว ^_^) ก็ยังสามารถหาความรู้เพิ่มเติมจากเล่มนี้ได้ เพราะผู้เขียนได้ถ่ายทอดวิธีการขยายพันธุ์พืชกินแมลงสกุลอื่นๆ เช่น หยาดน้ำค้าง ซาร์ราซีเนีย พิงกุยคูลา และกาบหอยแครง ไว้อย่างละเอียด อีกทั้งยังมีแกลเลอรี่รวมภาพพืชกินแมลงสกุลอื่นๆ (นอกจากหม้อข้าวหม้อแกงลิง)  อัดแน่นเต็มท้ายเล่ม

หวังว่าผู้อ่านจะได้รับความรู้และความเพลิดเพลินเช่นเดียวกับเล่มอื่นๆ ที่ผ่านมา